Email This Print This 


บริษัทได้ตระหนักดีและให้ความสำคัญต่อระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและส่งผลให้ธุรกิจมีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้การดำเนินงานอย่างมีจรรยาบรรณและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อยกระดับการดำเนินการที่มีอยู่แล้ว ให้มีความเป็นระบบมาตรฐานที่ชัดเจน และกระจายการปฏิบัติไปสู่พนักงานของบริษัททุกระดับชั้น อันเป็นการเสริมสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการกำกับดูแลกิจการอย่างแท้จริง โดยมีนโยบายหรือการดำเนินการที่รักษาสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นพึงได้รับอย่างเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนดหรือมากกว่านั้น เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาวและอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทได้เผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการไว้บน Website ของบริษัท และเผยแพร่ให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทย (IOD) ได้มีการปรับแนวทางและหลักเกณฑ์การสำรวจตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการประเมินในแต่ละหมวดเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ASEAN CG Scorecard โดยปี 2560 บริษัทได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการด้วยคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 89 (ระดับ “ดีมาก”) เพิ่มขึ้นจากปี 2559 และสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมที่ร้อยละ 80 โดยสรุปสาระสำคัญในการดำเนินการด้านการกำกับดูแลกิจการ ดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของผู้ถือหุ้น ทั้งในฐานะของนักลงทุนในหลักทรัพย์และในฐานะเจ้าของบริษัท เช่น สิทธิในการซื้อ ขาย โอน หลักทรัพย์ที่ตนถืออยู่ สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัท สิทธิในการได้รับข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ สิทธิต่างๆ ในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของบริษัท เป็นต้น และยังสนับสนุนให้กรรมการบริษัททุกคน ผู้บริหาร รวมทั้งผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยในปี 2560 บริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ในวันที่ 20 เมษายน 2560 ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคาร ทีพี แอนด์ ที ซึ่งผู้ถือหุ้นรวมถึงนักลงทุนสถาบันสามารถเข้าร่วมการประชุมได้อย่างสะดวก โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้

  • การแจ้งเชิญประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า

    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีมติให้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ในวันที่ 20 เมษายน 2560 โดยบริษัทได้เปิดเผยมติการประชุม วันประชุม ระเบียบวาระการประชุม และแจ้งข่าวผ่านระบบ Elcid ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันทำการถัดไป คือ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ก่อนการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมโดยบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัท โดยจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้ามากกว่า 7 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้ทำการประกาศลงในหนังสือพิมพ์รายวันติดต่อกัน 3 วัน คือ วันที่ 3 - 5 เมษายน 2560 เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าเพียงพอสำหรับการเตรียมตัวก่อนมาเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ บริษัทได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบที่มีรายละเอียดครบถ้วน รวมถึงความเห็นของคณะกรรมการประกอบทุกวาระทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบน Website ของบริษัทเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ซึ่งไม่น้อยกว่า 30 วันล่วงหน้าก่อนวันประชุม และได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรับทราบการเปิดเผยดังกล่าวผ่านระบบ Elcid ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

    การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 มีกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 7 ท่าน รวมถึง ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท ก่อนเริ่มการประชุมประธานที่ประชุมได้แนะนำกรรมการ ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทให้ที่ประชุมรับทราบ และได้มอบหมายให้ที่ปรึกษากฎหมายแจ้งวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นทราบ รวมทั้งได้แจ้งวิธีการลงคะแนนเสียงสำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระซึ่งจะลงคะแนนเสียงเป็นรายบุคคล และได้เชิญให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะที่เข้าประชุมร่วมตรวจสอบการนับคะแนนเสียงในการประชุมด้วย

    การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นไปตามลำดับวาระในหนังสือเชิญประชุม โดยไม่มีการเพิ่มเติมวาระอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในหนังสือเชิญประชุม โดยมีการให้ข้อมูลตามระเบียบวาระและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตั้งข้อซักถาม และให้เวลาในการพิจารณาแต่ละวาระอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ซึ่งประธานและผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม ก่อนที่จะให้ที่ประชุมออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ สำหรับวาระค่าตอบแทนกรรมการได้มีการนำเสนอนโยบายค่าตอบแทนและวิธีการในการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการต่อผู้ถือหุ้น และได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายคน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะเลือกกรรมการที่เห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม โดยได้ให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงในบัตรลงคะแนนสำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน

    ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้ จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 มีผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมด้วยตนเองจำนวน 66 ราย จำนวนหุ้นรวม 419,884,748 หุ้น และผู้รับมอบฉันทะซึ่งได้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นจำนวน 42 ราย จำนวนหุ้นรวม 78,540,273 หุ้น รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดเป็นจำนวน 108 ราย รวมจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 498,425,021 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 74.66 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 667,605,301 หุ้น ซึ่งครบเป็นองค์ประชุมตามกฎหมายและตามข้อบังคับของบริษัท

  • หลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

    ในการประชุมทุกครั้งจะมีการจดบันทึกรายงานการประชุม ประเด็นซักถาม และข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้อย่างถูกต้องครบถ้วน รวมถึงผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ แยกเป็นเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง ไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยเผยแพร่มติที่ประชุมผ่านระบบ Elcid ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันทำการถัดจากวันที่ประชุม คือ วันที่ 21 เมษายน 2560 และได้ส่งรายงานการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และนายทะเบียนบริษัทมหาชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ซึ่งอยู่ภายในกรอบเวลาที่กำหนด 14 วัน รวมทั้งได้เผยแพร่รายงานการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ วีดีทัศน์แสดงภาพ และเสียงของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บน Website ของบริษัท

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา โดยมีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • การเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ

    บริษัทมีนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ซึ่งถือหุ้นท่านเดียวหรือหลายท่านรวมกันไม่น้อยกว่า 200,000 หุ้น ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมข้อมูลรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา และ/หรือ คุณสมบัติ และการให้ความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยบริษัทจะกลั่นกรองระเบียบวาระที่จะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และคัดสรรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ผ่านทางคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาและกำหนดในระเบียบวาระการประชุมต่อไป

    ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 จึงได้ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบ Elcid ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผ่าน Website ของบริษัท ภายใต้หัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์” ในการเผยแพร่ข่าว การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและเสนอชื่อกรรมการเป็นการล่วงหน้า โดยแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการในการเสนอวาระการประชุมและรายชื่อกรรมการ ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมและชื่อกรรมการมายังบริษัทได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาเพื่อคัดเลือกกรรมการแทนกรรมการที่ครบรอบต้องออกตามวาระ 1 ใน 3 และที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาบรรจุวาระการประชุม ทั้งนี้ ไม่มีผู้ถือหุ้นส่งข้อมูลมายังบริษัทเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด ซึ่งเลขานุการบริษัทได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบแล้ว

  • การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับให้ความสะดวกอย่างเพียงพอแก่ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะที่มาประชุม โดยเปิดรับลงทะเบียนก่อนเวลาประชุม 2 ชั่วโมง การขยายระยะเวลารับลงทะเบียนจนถึงระยะเวลาก่อนการพิจารณาวาระการประชุมสุดท้าย การใช้ระบบ Barcode ในการลงทะเบียนเพื่อความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ

    ในการดำเนินการประชุมแต่ละครั้ง บริษัทจะให้โอกาสแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย โดยก่อนเริ่มการประชุม ประธานที่ประชุมจะชี้แจงการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน วิธีนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่ต้องลงมติในแต่ละวาระและยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกรายแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซักถามในแต่ละวาระโดยใช้เวลาอย่างเหมาะสม เพียงพอ โดยประธานที่ประชุมจะดำเนินการประชุมตามลำดับวาระการประชุม รวมทั้งมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มวาระการประชุมในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลประกอบวาระการประชุมก่อนการตัดสินใจ

  • การใช้ข้อมูลภายในและการเข้าทำรายการระหว่างกั

    บริษัทกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการหาประโยชน์จากข้อมูลภายในให้แก่ตนเอง หรือ ผู้อื่นในทางมิชอบ (Abusive self-dealing) เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกราย โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวทางในการเก็บรักษาข้อมูลภายในของบริษัท และแนวทางป้องกันการใช้ข้อมูลภายในแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะต้องไม่ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทโดยใช้ความลับ และ/หรือข้อมูลภายใน และ/หรือเข้าทำนิติกรรมอื่นใดโดยใช้ความลับ และ/หรือข้อมูลภายในของบริษัท อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม นอกจากนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่อยู่ในหน่วยงานที่ได้รับข้อมูลภายในของบริษัทต้องไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวก่อนเปิดเผยสู่สาธารณชน และห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทโดยตนเอง คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายโดยทางตรงหรือทางอ้อม (เช่น Nominee ผ่านกองทุนส่วนบุคคล) ภายใน 1 เดือน ก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี และหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อย 3 วัน

    บริษัทได้ให้ข้อมูลแก่กรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท และบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท จะต้องแจ้งเลขานุการบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนทำการซื้อขายหลักทรัพย์ และต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ โดยในปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร สรุปได้ดังนี้


    ลำดับ กรรมการ/ผู้บริหาร จำนวนหุ้น
    ณ 1 ม.ค. 2560 ณ 31 ธ.ค. 2560 เพิ่ม (ลด)
    1. รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา - - -
    คู่สมรส 1,620,505 1,620,505 0
    บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    2. นายกิตติ ชีวะเกตุ 322,390,663 322,496,663 106,000
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    3. นายชัชพล ประสพโชค 4,448,442 4,448,442 0
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    4. นางสาวนิลรัตน์ จารุมโนภาส 30,298,901 30,393,901 95,000
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    5. รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ - - -
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    6. รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ - - -
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    7. นางสาวจีรพันธ์ จินดา - - -
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    8. นางสาวปรียาพร ธนรัฐเศรษฐ์ 92,201 92,201 0
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -
    9. นายชัยยศ ชุณห์วิจิตรา - - -
    คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - - -

    ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดโทษทางวินัยสำหรับผู้แสวงหาผลประโยชน์จากการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ หรือนำไปเปิดเผยจนอาจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย โดยพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี ได้แก่ การตักเตือนด้วยวาจา การตักเตือนเป็นหนังสือ การภาคทัณฑ์ตลอดจนการเลิกจ้าง พ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แล้วแต่กรณี เป็นต้น

    นอกจากนี้ บริษัทได้ยึดหลักการในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และได้กำหนดนโยบายและแนวทางการจัดการเรื่องการมีส่วนได้เสียอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเมื่อเกิดกรณีดังกล่าว ผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้นจะต้องรายงานให้บริษัททราบโดยทันที และไม่ร่วมพิจารณาหรือออกเสียงในเรื่องนั้นๆ รวมทั้งได้กำหนดแนวทางเพื่อมิให้กรรมการหรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมดังกล่าว โดยในการออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาถึงประเภทของรายการระหว่างกันหรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน มูลค่าของรายการ โดยอ้างอิงจากหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้กำหนดไว้ตามประกาศที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และจะดำเนินการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขออนุมัติคณะกรรมการบริษัทหรือขออนุมัติผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณีอย่างเคร่งครัด โดยเปิดเผยรายละเอียดของรายการระหว่างกันหรือรายการเกี่ยวโยงกันไว้ในรายงานประจำปีหมวด “บุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมและรายการระหว่างกัน” ซึ่งรายการระหว่างกันได้กระทำอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า (Fair and at arm’s length) พร้อมทั้งระบุถึงความจำเป็นและเหตุผลด้วย

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง ภาครัฐ สังคม และชุมชน เป็นต้น โดยบริษัทตระหนักดีว่าการสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานและการพัฒนาธุรกิจของบริษัท ดังนั้น บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้คำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตามนโยบายและแนวทางดังต่อไปนี้

ผู้ถือหุ้น: ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของบริษัท อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
พนักงาน: ปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน สวัสดิการ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การประกันชีวิต ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ และการพัฒนาศักยภาพ โดยถือว่าพนักงานทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีค่า และเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันองค์กรให้ประสบความสำเร็จ บริษัทจะพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนและการจัดสรรสวัสดิการให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี โดยอ้างอิงจากผลการดำเนินงานของบริษัทและอ้างอิงจากผลตอบแทนในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งบริษัทและบริษัทในเครือ นอกจากนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างวัฒนธรรม และบรรยากาศการทำงาน ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน ให้มีความก้าวหน้า มีความมั่นคงในอาชีพ พร้อมให้ความมั่นใจในคุณภาพชีวิต ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งรักษาสภาพแวดล้อมการทำงาน และพร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียนจากพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ให้กับพนักงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนในการทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่พนักงาน เช่น กิจกรรมชมรมแบดมินตัน กิจกรรมนอกสถานที่เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เช่น กิจกรรมกีฬาสีและฉลองวันปีใหม่ กิจกรรม CEO พบพนักงานใหม่และพนังงานปัจจุบัน กิจกรรมรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ กิจกรรมการทำบุญสำนักงาน กิจกรรมโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพให้พนักงานโดยการนวดเพื่อการบำบัด เป็นต้น รวมถึง จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีและฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับพนักงานของบริษัทและบริษัทในเครือเป็นประจำทุกปี ซึ่งครอบครัวของพนักงานสามารถใช้สิทธิพิเศษเท่ากับสิทธิของพนักงานในการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอีกด้วย
ลูกค้า: มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจ และความมั่นใจให้กับลูกค้า เอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องได้รับสินค้า/บริการที่ดี มีคุณภาพ ความปลอดภัย ในระดับราคาที่เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด มีการพัฒนายกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รักษาสัมพันธภาพที่ดี และยั่งยืนกับลูกค้าอย่างจริงจัง และสม่ำเสมอ รวมถึงไม่นำข้อมูลของลูกค้ามาใช้เพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลการประเมินจากลูกค้าในระดับที่ดี
คู่ค้าและเจ้าหนี้: คำนึงถึงความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบ และมีความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ รักษาผลประโยชน์ร่วมกับคู่ค้าและเจ้าหนี้ โดยการปฏิบัติตามกฎหมาย และกติกาที่กำหนดร่วมกันอย่างเคร่งครัด และมีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า ตลอดจนการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยบริษัทจะคัดเลือกคู่ค้ามีหลักการและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกัน อีกทั้งมีการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเป็นธรรม รวมถึงการชำระคืนตามกำหนดเวลา การดูแลหลักทรัพย์ค้ำประกันและเงื่อนไขอื่นๆ ตามข้อสัญญาอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะมีการรายงานคู่ค้าและเจ้าหนี้ล่วงหน้า หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญา และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
คู่แข่ง: ปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าสอดคล้องกับหลักสากลภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า และยึดถือกติกาของการแข่งขันที่ดีอย่างเสมอภาคกัน ไม่กีดกันผู้อื่นในการเข้าร่วมแข่งขันทางธุรกิจ ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหา ให้ร้ายป้ายสี และโจมตีคู่แข่งโดยปราศจากมูลความจริง หรือมีการกระทำการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมต่อการแข่งขัน
ภาครัฐ: ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส และคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริตในการติดต่อทำธุรกรรมกับเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการ ที่อาจส่งผลต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขัดแย้งต่อหลักการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งต่อต้านการให้สินบนต่างๆ ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท
สิ่งแวดล้อม,ชุมชน
และสังคม:
บริษัทมีนโยบายดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม รวมไปถึงการปฏิบัติงานและการตัดสินใจดำเนินการใดๆ ของบริษัทจะต้องทำให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์และการประกอบธุรกิจของบริษัททุกอย่างถูกต้องและสอดคล้องตามกฎหมาย กฎระเบียบหรือมาตรฐาน และข้อกำหนดต่างๆ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง รวมทั้งให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัท ได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับชุมชนที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ตามสมควร

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ตลอดจนตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้การดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทได้มีการกำหนดนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง บริษัทให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเพื่อเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ และต่อต้านการคอร์รัปชันทุกประเภท และมีการกำหนดนโยบายคุณภาพ ซึ่งมุ่งเน้นการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ส่งมอบสินค้าถูกต้องและตรงเวลา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยให้พนักงานถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสียและความรับผิดชอบต่อสังคมปี 2560 ปรากฏอยู่ใน “รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560” (Sustainability Development Report 2017) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีฉบับนี้

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทได้มีการกำหนดนโยบายป้องกันการทุจริต เพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันและจัดการการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นภายในบริษัท ซึ่งบริษัทจะพิจารณาดำเนินการโดยยึดหลักคุณธรรม เมตตาธรรม ความถูกต้อง และหลักกฎหมายควบคู่กันไป นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการประกาศใช้ “นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน” เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ และป้องกันคอร์รัปชันกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครือ อีกทั้งบริษัทได้มีการเปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสีย และนักลงทุนสามารถแจ้งข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน หรือเบาะแสใดๆ เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมาย (Whistle Blowing) ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจรรยาบรรณต่อคณะกรรมการบริษัท ผ่านช่องทางดังนี้

- ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ Email: chairman_auditcom@uac.co.th
จดหมาย: เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 19
ซ.วิภาวดีรังสิต 19 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
- เลขานุการบริษัท Email: sajjaporn@uac.co.th
โทรศัพท์: 0 2936 1701 ต่อ 118
- เว็บไซด์ Click ที่ Icon: ส่งอีเมล์ถึงประธานกรรมการตรวจสอบ

โดยรายละเอียดผู้แจ้งข้อร้องเรียนหรือเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส รวมถึงผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีมาตรการคุ้มครองเพื่อให้ผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส รวมถึงผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความมั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสดังกล่าว โดยบริษัทได้มีการสื่อสาร “นโยบายต่อต้านคอรัปชั่น” และ “นโยบายการป้องกันการทุจริต” ให้กับพนักงานทุกคนในการปฐมนิเทศ และเผยแพร่ผ่านบอร์ดข่าวสารภายในบริษัท ข้อมูลส่วนกลาง (Data Center) และเผยแพร่บน Website ของบริษัท (http://uac-th.listedcompany.com/misc/cg/anti_corruption_th.pdf และ http://uacth.listedcompany.com/misc/cg/fraud_protection_policy.pdf) เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

บริษัทได้กำหนดแนวทางในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายป้องกันการทุจริตและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ในการตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและประเมินความเสี่ยง รวมถึงการกำกับดูแลกิจการ และมีการให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในจะกำหนดแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส ทั้งนี้ หากการสืบสวนข้อร้องเรียนหรือข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานอันควรให้เชื่อว่ามีรายการหรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายการทุจริตหรือคอร์รัปชัน คณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อแจ้งแนวทางในการดำเนินการปรับปรุงและ/หรือแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้รับการแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกแต่อย่างใด ซึ่งได้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทรับทราบแล้ว ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส ทั้งการรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท โดยบริษัทได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบน Website ของบริษัท เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

บริษัทมีนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการมีส่วนได้เสีย โดยจัดทำแบบรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารเป็นประจำทุกปี และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง (ถ้ามี) และให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้นำเสนอรายงานดังกล่าวต่อประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบเพื่อทราบ

ในส่วนของงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้มีการจัดตั้งหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลบริษัท เนื่องจากกิจกรรมในเรื่องดังกล่าวยังมีไม่มากนัก จึงได้มอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้น ผู้สื่อข่าว รวมทั้งนักวิเคราะห์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มช่องทางในการติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทผ่านทาง Website ของบริษัท (www.uac.co.th) หรือติดต่อที่เลขานุการบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ +66 2936 1701 ต่อ 118 Email Address: sajjaporn@uac.co.th หรือ ir@uac.co.th.

ในปี 2560 บริษัทมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของบริษัทให้แก่นักวิเคราะห์ นักลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้สื่อข่าว ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. การเข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day ที่จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 และ 3 ของปี 2560 รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรม mai Forum 2017 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นและนักลงทุน เข้าเยี่ยมชมบูธของบริษัทเป็นจำนวนมาก

  2. นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ ได้ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัท อาทิเช่น
    • สัมภาษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ได้แก่ e-fin Channel, FM 106 MHz, ฐานเศรษฐกิจ, มองโลกมองเรา และ Company Snapshot by mai
    • สัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร ได้แก่ Engineering Today และ Green Life เป็นต้น
    • สัมภาษณ์ผ่านกลุ่มนักข่าวสายพลังงานและสายข่าวหุ้น

  3. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ UAC ที่ออกในปี 2560 บน Website ของบริษัทในหัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์” การนำเสนอข้อมูลและวีดีทัศน์ในกิจกรรม Opportunity Day และการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 รวมถึงเผยแพร่ Company Snapshot เป็นรายไตรมาสไว้บน Website ด้วยเช่นกัน

  4. การเปิดโอกาสให้นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เข้ามาพบผู้บริหาร อาทิเช่น
    • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด
    • บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)
    • บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนเพียงพอในงบการเงิน ซึ่งในการนี้ คณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้สอบทานคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงินและรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ

บริษัทว่าจ้างบริษัท สอบบัญชี ดี ไอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและของบริษัทย่อย สำหรับรอบปีบัญชี 2560 ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปี 2552 และไม่มีความสัมพันธ์และไม่มีส่วนได้เสียกับบริษัท บริษัทย่อย ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว มีความเป็นอิสระและมีคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ งบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไขจากผู้สอบบัญชีมาโดยตลอด และบริษัทไม่มีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และไม่มีประวัติการส่งรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาส และรายปีล่าช้า

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

  • โครงสร้างคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีความหลากหลายทั้งด้านความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เฉพาะด้านที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท โดยไม่จำกัด อายุ เพศ ประวัติการศึกษา และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตลอดจนดำเนินกิจการของบริษัทให้เป็นไปตาม กฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม ภายใต้จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งการกำกับดูแลให้การบริหารจัดการของฝ่ายบริหารเป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่ได้กำหนดไว้ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายในการกำหนดข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยกำหนดให้กรรมการแต่ละคนสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกินกว่า 5 บริษัท เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุดในการที่กรรมการแต่ละท่านสามารถอุทิศเวลาสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทในกรณีที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น เว้นแต่ได้รับมอบหมายจากบริษัทให้ไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว

    โครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระมากกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ ซึ่งจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการออกเสียงในการพิจารณาเรื่องต่างๆ และมีคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 คน บริษัทมีนโยบายกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระไว้ไม่เกิน 3 วาระ วาระละ 3 ปี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอาจพิจารณาต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระได้หากมีเหตุอันควรและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น

    ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทมีจำนวน 7 คน ประกอบด้วย กรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 4 คน (โดย 3 คน ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ) และกรรมการบริษัทที่มาจากฝ่ายบริหารจำนวน 3 คน คือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี ทั้งนี้ จำนวนกรรมการอิสระของบริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ให้มีกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

    ตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ว่าในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการจะต้องออกจากตำแหน่งอย่างน้อย จำนวนหนึ่งในสามโดยอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้เป็นสามส่วนไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรก และปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากว่าผู้ใด จะออกส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม กรรมการผู้ออกจากตำแหน่งไปนั้นอาจจะเลือกเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการ ตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่องและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาหรือรับทราบ ซึ่งคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวมีสิทธิหน้าที่ตามที่ได้กำหนดไว้ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายที่จะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานและทบทวนผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุกปี

    คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายให้ประธานกรรมการต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านความรับผิดชอบระหว่างการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ ทั้งนี้ บริษัทได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับผู้บริหารอย่างชัดเจน และมีการถ่วงดุลอำนาจการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารในระดับนโยบาย ขณะที่ผู้บริหารทำหน้าที่บริหารงานของบริษัทในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด

    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้ง นางสาวสัจจาภรณ์ รัมยประยูร เป็นเลขานุการบริษัทเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 เพื่อให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กำหนด เพื่อทำหน้าที่ดูแลและให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ และกฎหมายต่างๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบ ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการ รับผิดชอบในการจัดประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ดูแลและประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติของที่ประชุมดังกล่าว รวมทั้งทำหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาเอกสารสำคัญของบริษัท ได้แก่ ทะเบียนกรรมการ หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการ รายงานประจำปีของคณะกรรมการ หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และการเก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร ตลอดจนมีหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท เช่น วิสัยทัศน์และภารกิจ กลยุทธ์ ความเสี่ยง แผนงาน และงบประมาณ รวมทั้งกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบาย และแผนที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยจะมีการทบทวนและพิจารณาวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยทุธ์ เป้าหมาย ทิศทางการดำเนินธุรกิจ รวมถึงนโยบายที่สำคัญของบริษัทเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะธุรกิจหรือสภาพเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2560 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของบริษัท และเห็นว่าวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ยังคงเหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะ 1 – 4 ปี (ปี 2560 – 2563) ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาทบทวนกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ ด้านเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    คณะกรรมการบริษัทยังได้ติดตาม ดูแล ให้มีการนำกลยุทธ์ที่กำหนดไปปฏิบัติ โดยฝ่ายบริหารจะต้องนำเสนอผลประกอบการโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในทุกไตรมาส เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดและเพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้

  • การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร

    คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแบ่งอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแล และการ บริหารงานประจำวันออกจากกันอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการ ถูกเลือกตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประธานกรรมการไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้นำและมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเรื่องนโยบายของบริษัท อันเป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการบริษัท ที่ได้พิจารณาและกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกับฝ่ายจัดการ เป็นผู้นำการประชุมคณะกรรมการบริษัทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยสนับสนุนให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการประชุมและแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ ตลอดจนทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ทั้งนี้ ประธานกรรมการไม่ได้ร่วมบริหารงานปกติประจำวัน แต่ให้การสนับสนุนและคำแนะนำในการดำเนินธุรกิจของฝ่ายจัดการผ่านทางประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับรายละเอียดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทได้ระบุไว้ใน “โครงสร้างการจัดการ” แล้ว

    ในขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการ จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริษัทภายใต้กรอบอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ข้อบังคับของบริษัท มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ รวมถึงสามารถสั่งการหรือดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นและสมควร เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อีกทั้งมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติการบรรจุ แต่งตั้ง โอนย้าย ถอดถอน ตลอดจนกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน โดยจะต้องไม่ขัดแย้งกับอำนาจที่ได้รับมอบหมายหรือมติของคณะกรรมการบริษัท

  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

    บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 ได้ให้ความเห็นชอบนโยบายดังกล่าว และได้อนุมัติการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้ มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการเป็นผู้พิจารณาทบทวนนโยบายและติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ อีกทั้งบริษัทมีการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรได้เข้าใจถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้ถูกต้องตรงกัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนด

    สำหรับแนวทางปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่บริษัทยังไม่ได้ปฏิบัติ ได้แก่

    ข้อที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ เหตุผล
    1. ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหาร
    ระดับสูงไว้อย่างชัดเจน โดยที่ประธานกรรมการไม่ได้เป็น
    บุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธาน
    กรรมการไม่ได้ร่วมบริหารงานประจำวัน ซึ่งสามารถถ่วงดุล
    อำนาจระหว่างการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารได้
    2. คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมากกว่าร้อยละ 66
    3. คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระมากกว่าร้อยละ 50
    4. คณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนปีในการดำรง
    ตำแหน่งของกรรมการอิสระไว้ไม่เกิน 9 ปี
    แม้ว่าจะมีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ
    อิสระไว้ไม่เกิน 3 วาระหรือ 9 ปี แต่คณะกรรมการบริษัทอาจ
    พิจารณาต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระได้หาก
    มีเหตุอันควรและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
    เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทเชื่อมั่นว่ากรรมการอิสระที่ดำรง
    ตำแหน่งเกิน 9 ปี สามารถเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจของ
    บริษัทได้เป็นอย่างดี แต่ยังคงมีความเป็นอิสระในการพิจารณา
    ให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทได้
    เนื่องจากบริษัทได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระที่เข้ม
    กว่าหลักเกณฑ์ของ กลต. และ ตลท.

  • จรรยาบรรณธุรกิจ

    คณะกรรมการบริษัทยึดมั่นการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องและเป็นธรรม และได้กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้นำมาใช้และเผยแพร่ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการที่จะดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย คำนึงถึงสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการอบรมและการสื่อสารภายในองค์กรในรูปแบบต่างๆ โดยจรรยาบรรณดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยม และแนวทางปฏิบัติงานที่พนักงานทุกคนพึงปฏิบัติตน และปฏิบัติงานตามกรอบจรรยาบรรณที่กำหนดไว้ในด้านต่างๆ ได้แก่ การเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย การมีส่วนได้เสียและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การใช้ข้อมูลภายในและการรักษา ข้อมูลอันเป็นความลับ ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน การรับและการให้ของขวัญ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สิทธิและความเป็นกลางทางการเมือง การปฏิบัติต่อ พนักงาน และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

    ทั้งนี้ บริษัทได้มีการประกาศและแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบและยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตั้งแต่การปฐมนิเทศเมื่อเริ่มเข้าทำงาน รวมถึงส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการติดตามผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอผ่านหน่วยงานตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทราบ

  • ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องทบทวนและเปิดเผยรายการที่เป็นผลประโยชน์ที่ขัดกันให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์ หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และในการพิจารณาการเข้าทำธุรกรรมต่างๆ กำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณาต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณา และไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ รวมถึงในการทำรายการให้พิจารณาถึงความเหมาะสมโดยใช้ราคา และเงื่อนไขเสมือนทำรายการกับบุคคลภายนอก

    คณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย รวมทั้งจะได้มีการเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ด้วย

    คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ซึ่งหมายรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท จะต้องแจ้งให้บริษัททราบและรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน รวมทั้งห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหารหรือ หน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง 1 เดือน ก่อนที่งบการเงินจะเผยแพร่ต่อสาธารณชน และหลังการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อย 3 วัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ

  • • ระบบการควบคุมภายใน

    คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลและการควบคุมภายในทั้งในระดับบริหารและระดับปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ระบบการควบคุมภายในเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจต่อฝ่ายจัดการในการช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมและบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล สูญหายหรือจากการทุจริตประพฤติมิชอบช่วยให้รายงานทางการเงินมีความถูกต้องน่าเชื่อถือ ช่วยให้บุคลากรปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและช่วยคุ้มครองเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น ดังนั้นบริษัทจึงได้กำหนดภาระหน้าที่ อำนาจการดำเนินการของผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารในเรื่องต่างๆ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้สินทรัพย์ของบริษัทให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่าง เหมาะสม

    คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบรับผิดชอบการสอบทานความเหมาะสมและความมี ประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในที่ฝ่ายบริหารจัดให้มีขึ้น รวมทั้งได้จัดทำและทบทวนระบบการควบคุม ทั้งด้านการ ดำเนินงาน การรายงานทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ นโยบาย และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการจัดการความเสี่ยง และยังให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและรายการที่ผิดปกติ ทั้งนี้ บริษัทได้ว่าจ้างนางสาว จิณห์นิภาห์ พลอยแสนรัก* ซึ่งมีความสามารถและประสบการณ์ในการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน เป็นผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอเหมาะสม และเพื่อให้ผู้ตรวจสอบภายในดังกล่าวมีความเป็นอิสระ สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลได้อย่างเต็มที่ ผู้ตรวจสอบภายในจะรายงานผลโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ บริษัทมีการติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ โดยจะมีการประเมินความเพียงพอและเหมาะสมของระบบควบคุมภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ความมั่นใจว่าระบบที่วางไว้สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    หมายเหตุ: * ลาออกจากบริษัทเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้มอบหมายให้นางจารุณี บุญมั่งมี ผู้จัดการฝ่ายการเงินและเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบรักษาการแทนในช่วงระหว่างสรรหาผู้ตรวจสอบภายในคนใหม่

  • การบริหารความเสี่ยง

    คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในด้านการบริหารความเสี่ยง และเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยงในภาพรวมทั้งองค์กร ประเมินความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ โดยมีหลักการกำหนดว่า หากมีความเสี่ยงใดที่จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจไม่ให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่กำหนดแล้ว บริษัทจะต้องมีมาตรการในการบริหารความเสี่ยงเหล่านี้ โดยจัดให้มีระบบควบคุมภายในและระบบบริหารความเสี่ยง พร้อมกับเปิดเผยเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ทุกคนสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของความเสี่ยง ทำความเข้าใจสาเหตุของความเสี่ยงและดำเนินการแก้ไข อาทิ การปรับปรุงขั้นตอนในการดำเนินงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ตลอดจนการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันและลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นและในทางกลับกันการดำเนินการอย่างเป็นระบบดังกล่าวข้างต้นจะส่งผลให้บริษัทสามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่องค์กรด้วย

  • รายงานของคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และดูแลให้มีการจัดทำรายงานทางการเงินอย่างมีคุณภาพ และถูกต้องตามมาตรฐานทางบัญชีที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทอย่างโปร่งใสและเพียงพอ โดยมีฝ่ายบัญชีและ/หรือ ผู้สอบบัญชีมาประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท รวมทั้งสารสนเทศทางการเงิน (รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน) ที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีรับรองและตรวจสอบโดยบริษัท สอบบัญชี ดี ไอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ ทั้งข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่การเงิน ดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ

  • การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

    คณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายให้กรรมการทุกท่านประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล รวมถึงการประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการชุดย่อยสำหรับการปฏิบัติงานในแต่ละปี สำหรับแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทแบบรายคณะและรายบุคคลนั้น มีการแบ่งหัวข้อการประเมินออกเป็น 6 หัวข้อหลัก คือ (1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ (2) บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (3) การประชุมคณะกรรมการ (4) การทำหน้าที่ของกรรมการ (5) ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ (6) การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร โดยจะมีการให้ข้อมูลเพื่อเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมต่อกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาแต่ละหัวข้อย่อย ซึ่งแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการจะมีการทบทวนเพื่อความเหมาะสมในแต่ละปี เลขานุการบริษัทจะเป็นผู้รวบรวมและสรุปผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัททั้งแบบรายคณะ รายบุคคล และผลประเมินของคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท โดยจะนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่อไป โดยในปี 2560 ผลการประเมินของคณะกรรมการทั้งคณะในภาพรวมและรายบุคคล จะเห็นได้ว่าการดำเนินการส่วนใหญ่จัดทำได้ดีเยี่ยมและเหมาะสมที่สุด มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เท่ากับร้อยละ 95.75 และ ร้อยละ 95.69 ตามลำดับ สำหรับผลการประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการชุดย่อยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 98.05 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมเช่นกัน

  • การประชุมคณะกรรมการ

    คณะกรรมการมีการกำหนดการประชุมโดยปกติเป็นประจำทุก 3 เดือน โดยกำหนดตารางการประชุมไว้ล่วงหน้าทุกปี และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยมีการกำหนดวาระที่ชัดเจน นำส่งเอกสารประกอบวาระการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการประชุมเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอก่อนการประชุม เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และมีการบันทึกรายงานการประชุมและจัดเก็บรวบรวมเอกสารรายงานที่รับรองแล้วเพื่อใช้ในการอ้างอิงและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอให้คณะกรรมการทราบทุกไตรมาสเพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการได้อย่างต่อเนื่องและทันต่อเหตุการณ์

    ในการประชุม ประธานกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ร่วมกันกำหนดวาระการประชุมและพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้ และมีนโยบายสนับสนุนให้กรรมการเข้าร่วมประชุมทุกครั้งหรือเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของการประชุมทั้งปี เพื่อให้กรรมการแต่ละท่านได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาให้ความเห็นในวาระการประชุมอย่างเต็มที่

    ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ประธานกรรมการบริษัท ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้กรรมการแสดง ความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยในบางวาระอาจมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะได้รับทราบนโยบายโดยตรง เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ถือมติของเสียงข้างมากโดยจะต้องมีกรรมการอยู่ลงมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง สำหรับกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและ/หรือไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

    กรรมการทุกคนมีสิทธิที่จะตรวจสอบเอกสารประกอบการประชุม และเอกสารสำคัญอื่นๆ และหากกรรมการอิสระ หรือกรรมการตรวจสอบมีข้อสงสัยใดๆ กรรมการอื่นๆ และฝ่ายบริหารของบริษัทต้องดำเนินการตอบข้อสงสัยดังกล่าวอย่าง รวดเร็วและครบถ้วนเท่าที่จะเป็นไปได้

    ในกรณีที่กรรมการไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมกรรมการสามารถขอให้เลขานุการบริษัทบันทึกข้อคัดค้านไว้ในรายงานการประชุม หรือยื่นหนังสือแสดงการคัดค้านต่อประธานกรรมการได้

    ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทแต่ละครั้งเลขานุการบริษัทได้เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและจัดส่งให้คณะกรรมการบริษัทภายใน 7 วัน นับจากวันที่ประชุม และให้ประธานกรรมการบริษัทพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยจะเสนอให้ที่ประชุมรับรองในการประชุมครั้งถัดไป รวมทั้งเป็นผู้จัดเก็บข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับการประชุมต่างๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง โดยปกติคณะกรรมการบริษัทจะเข้าร่วมการประชุมทุกคนทุกครั้ง ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นซึ่งจะแจ้งเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม นอกจากนี้ คณะกรรมการถือเป็นนโยบายให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายบริหารร่วมด้วย ซึ่งได้จัดให้มีการประชุมระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 และได้แจ้งให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทราบถึงผลการประชุมแล้ว ทั้งนี้การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการแต่ละท่านสรุปได้ดังนี้

    ปี 2560
    คณะกรรมการบริษัท
    (11 ครั้ง)
    คณะกรรมการตรวจสอบ
    (5 ครั้ง)
    คณะกรรมการบริหาร
    (6 ครั้ง)
    คณะกรรมการบริหาร
    ความเสี่ยง (4 ครั้ง)
    คณะกรรมการสรรหา
    และพิจารณาค่าตอบแทน
    (2 ครั้ง)
    คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
    (1 ครั้ง)
    1. รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา 11/11
    2. นายกิตติ
    ชีวะเกตุ
    11/11 6/6
    3. นายชัชพล ประสพโชค 11/11 6/6 4/4
    4. นางสาวนิลรัตน์ จารุมโนภาส 11/11 6/6 1/1
    5. รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ 11/11 5/5 4/4 2/2 1/1
    6. รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ 11/11 5/5 4/4 2/2
    7. นางสาวจีระพันธ์ จินดา 11/11 5/5 2/2 1/1

  • ค่าตอบแทน

    บริษัทมีนโยบายจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในระดับที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัท เปรียบเทียบกับธุรกิจ/อุตสาหกรรมเดียวกันและสภาวการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงความเหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ และผู้บริหารแต่ละคน โดยอยู่ในรูปของค่าตอบแทนกรรมการ และ/หรือ เงินเดือน และ โบนัส

    ค่าตอบแทนกรรมการ และค่าตอบแทนกรรมการชุดย่อย

    ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 ได้มีมติอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ โดยรายละเอียดของค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนปรากฏในเรื่องค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

    ค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี

    บริษัทใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัท ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเป็นอัตราที่แข่งได้ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อที่จะดูแลและรักษาผู้บริหารที่มีคุณภาพไว้ ผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายเพิ่มมากขึ้น โดยจะพิจารณาตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ผลการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนขอบเขตความรับผิดชอบ และผลงานของผู้บริหารแต่ละคน สำหรับการพิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหารนั้น บริษัทจัดให้มีการประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี เป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนในการพิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหารแต่ละคน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ

  • การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

    คณะกรรมการมีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรม การเข้าร่วมสัมมนา และการให้ความรู้แก่กรรมการ และ ผู้บริหาร เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาความรู้ ความสามารถ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในปี 2560 บริษัทได้มีการพัฒนากรรมการและผู้บริหารในหลักสูตรต่างๆ สรุปได้ดังนี้

    กรรมการ/ผู้บริหาร วันที่อบรม/สัมมนา หลักสูตร (ผู้จัดอบรม/สัมมนา)
    รศ.ดร. ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์
    กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ /
    ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง /
    กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
    30 มีนาคม 2560 – 1 เมษายน 2560 Strategic Board Master Class (IOD)
    16 – 17 ตุลาคม 2560 Risk Management Program for Corporate Leader (IOD)
    นายชัชพล ประสพโชค
    กรรมการ / กรรมการผู้จัดการ
    19 – 20 มกราคม 2560 Intellectual Property and International Trade and
    the Drive towards the Fourth Industrial Revolution
    (ชมรมผู้พิพากษาสมทบฯ)
    16 กุมภาพันธ์ 2560 ถอดรหัสพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    ฉบับ พ.ศ.2559 (บริษัท บิสซิเนท ไลน์ แอนด์ ไลฟ์
    จำกัด)
    6 กันยายน 2560 Energy Symposium 2017 - Energy 4.0 โอกาสของ
    อุตสาหกรรมไทย (สภาอุตสาหรรมแห่งประเทศไทย)
    นางสาวนิลรัตน์ จารุมโนภาส
    กรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่ด้าน
    การเงินและบัญชี
    29 มีนาคม 2560 The Digital Accountant (สภาวิชาชีพบัญชี
    ในพระบรมราชูปถัมภ์)
    5 – 6 มิถุนายน 2560 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (สถาบันวิจัย
    โอเมก้าเวิลด์คลาส)
    29 – 30 มิถุนายน 2560 การบัญชีเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน
    (สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์)
    12 กันยายน 2560 ปรับกลยุทธ์การออกตราสารหนี้รับสถานการณ์ปัจจุบัน
    (สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย)
    4 – 6 ตุลาคม 2560 Strategic Financial Leadership Program
    (สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย)
    20, 30 ตุลาคม 2560 TFRS ทุกฉบับปี 2560 รุ่นที่ 2/60 หลักสูตรที่ 2
    (สภาวิชาชีพบัญชี)
    30 พฤศจิกายน 2560 TMA DAY 2017: Business Context the Speedy
    World (สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย)
    นางสาวปรียาพร ธนรัฐเศรษฐ์
    ผู้บริหาร / ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
    ฝ่ายขายและการตลาด
    4 ตุลาคม 2560 การจัดการการค้าต่างประเทศ (ธนาคารกสิกรไทย)
    20 สิงหาคม – 2 กันยายน 2560 Senior Executive Program (สถาบันบัณฑิต
    บริหารธุรกิจศศินทร์)

    ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือมีกรรมการเข้าใหม่ เลขานุการบริษัทจะจัดเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ รวมถึงการจัดให้มีการปฐมนิเทศเพื่อแนะนำโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างกรรมการ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลักษณะธุรกิจ แนวทางการดำเนินธุรกิจ และ นโยบายต่างๆ ของบริษัทให้แก่กรรมการใหม่ โดยประธานกรรมการ หรือ บุคคลที่ประธานกรรมการมอบหมาย และจัดให้มีการเยี่ยมชมโรงงานเพื่อเข้าใจในกระบวนการผลิต และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

  • การกำกับดูแลการการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

    คณะกรรมการบริษัทมีกลไกในการกำกับดูแลที่ทำให้สามารถควบคุมดูแลการจัดการและรับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ในเงินลงทุนของบริษัท โดยมีการส่งบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทไปเป็นกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหาร ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งบุคคลที่จะเป็นตัวแทนของบริษัท เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหาร ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้ หากเป็นการกำหนดนโยบายที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนการเสนออนุมัติต่อคณะกรรมการของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม เพื่อให้การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์การดำเนินงานของบริษัท

  • การดูแลการใช้ข้อมูลภายใน

    เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน รวมทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเกี่ยวกับความเหมาะสมของการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลภายใน บริษัทจึงได้ออกระเบียบปฏิบัติ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทถือปฏิบัติ ดังนี้

    1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ต้องรักษาความลับและ/หรือข้อมูลภายในของบริษัท ไม่นำไปเปิดเผยหรือแสวงหาประโยชน์แก่ตนเอง หรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งต้องไม่ทำการซื้อขาย โอนหรือรับโอน หลักทรัพย์ของบริษัท โดยใช้ความลับและ/หรือข้อมูลภายในของบริษัท และ/หรือเข้าทำนิติกรรมอันใดโดยใช้ความลับและ/หรือข้อมูลภายในของบริษัทอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

    2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในหน่วยงานที่ได้รับข้อมูลภายในของบริษัทต้องไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวก่อนเปิดเผยสู่สาธารณชน และจะต้องไม่ทำการซื้อขาย โอนหรือรับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนที่งบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปีจะเปิดเผยสู่สาธารณชน และหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อย 3 วัน

    ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวได้รวมความถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทด้วย หากผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องถูกลงโทษทางวินัย และ/หรือตามกฎหมายแล้วแต่กรณี

  • ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

    บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้แก่ บริษัท สอบบัญชี ดี ไอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและของบริษัทย่อย สำหรับรอบปีบัญชี 2560 เป็นเงินรวม 3,399,750 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    รายละเอียดการสอบบัญชี 2560
    ค่าสอบบัญชีบริษัท 1,500,000
    ค่าสอบบัญชีบริษัทย่อย 1,640,000
    ค่าบริการอื่นๆ* 259,750
    รวมค่าตอบแทนทั้งสิ้น 3,399,750

    * ค่าบริการอื่นๆ ประกอบด้วย ค่าเดินทาง ค่าพาหนะ ค่าเบี้ยเลี้ยง และ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เป็นต้น

  • บุคลากร

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทมีพนักงาน (ไม่รวมผู้บริหารของบริษัท 5 ท่าน) จำนวนทั้งสิ้น 113 คน ซึ่งเป็นพนักงานประจำทั้งหมด โดยสามารถแบ่งตามสายงานได้ดังนี้

    สายงาน จำนวนพนักงาน
    ขายและการตลาด (Sales & Marketing) 16
    พัฒนาธุรกิจ (Business Development) 4
    บริหารคุณภาพและความเสี่ยง และ วิศวกร (Quality&Risk / Engineer) 6
    บริหารซัพพลายเชน (Supply Chain Management) 7
    บัญชี (Accounting) 8
    การเงิน และ ตรวจสอบภายใน (Finance & Internal Audit) 4
    นักลงทุนสัมพันธ์และเลขานุการบริษัท (Investor Relations & Corporate Secretary) 2
    จัดซื้อ (Procurement) 3
    บริหารทั่วไปและเลขานุการ (Administration & Executive Secretary) 11
    ทรัพยากรบุคคล 3
    Corporate Affairs / IT 4
    โรงงาน CBG 12
    โรงงาน PPP 33

  • ค่าตอบแทนพนักงาน

    ในปี 2560 บริษัทจ่ายค่าจ้าง/ค่าตอบแทนให้พนักงานรวมเป็นเงิน 85.18 ล้านบาท โดยจ่ายในรูปของเงินเดือน ค่านายหน้า ค่าพาหนะ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบประกันสังคม นอกจากนี้ พนักงานยังได้รับสวัสดิการด้านอื่นๆ เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ การฝึกอบรมและสัมมนาต่างๆ เพิ่มเติมจากค่าตอบแทนอีกด้วย

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    บริษัทได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547 กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ และเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ได้เปลี่ยนแปลงผู้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงาน และเพื่อจูงใจให้พนักงานทำงานกับบริษัทในระยะยาว

  • นโยบายการพัฒนาบุคลากร

    บริษัทมีนโยบายพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความสามารถอันจะทำให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทในการที่จะมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ที่จะสามารถสร้างผลงานให้กับบริษัท โดยมีแผนการฝึกอบรมประจำปีทั้งภายในและภายนอกเพื่อเสริมทักษะงานตามความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละระดับ สำหรับรายละเอียดการพัฒนาบุคลากรปี 2560 ปรากฏอยู่ใน “รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560” (Sustainability Development Report 2017)

    ทั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ให้กับพนักงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนในการทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่พนักงาน

    • โครงการกิจกรรมแบดมินตัน โยคะ ฟิตเนส หลังเลิกงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มด้วย
    • โครงการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม โดยมีกิจกรรมนอกสถานที่เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้ร่วมกิจกรรมด้วยกัน เช่น กิจกรรม WE’R UAC กิจกรรมกีฬาและฉลองวันปีใหม่ เพื่อสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นระหว่างผู้บริหารและกลุ่มพนักงานด้วยกัน
    • กิจกรรมโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพให้พนักงานโดยการนวดเพื่อการบำบัด เพื่อลดความเสี่ยงให้กับพนักงานในการเกิดอาการ Office Syndrome เนื่องจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน
    • กิจกรรมรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ บริษัทจัดให้มีประเพณีรดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ทุกปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานและผู้บริหาร
    • กิจกรรม CEO พบพนักงานใหม่ บริษัทจัดให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้พบปะกับพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับพนักงานที่เข้ามาใหม่ และให้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้บริหารที่ได้ให้ความสำคัญกับพนักงาน
    • กิจกรรม CEO พบพนักงาน บริษัทจัดให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้พบปะกับพนักงานแต่ละฝ่ายงาน โดยการร่วมรับประทานอาหารเพื่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานทุกระดับ แสดงถึงความเอาใจใส่ในทรัพยากรบุคคลขององค์กร
    • กิจกรรมส่งเสริมจริยธรรม เพื่อให้พนักงานได้นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อปรับใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน
    • กิจกรรมลดน้ำหนัก “ลดปั๊บ รับปุ๊บ Season 2 ” และ กิจกรรมออกกำลังกายช่วงบ่าย “ Daily Exercise ขยับกายสไตล์เรา ” เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

  • ความรับผิดชอบต่อสังคม

    บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นองค์กรที่มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดไป

    เพื่อให้การดำเนินกิจการขององค์กรด้านความยั่งยืนประสบความสำเร็จ มีมาตรฐาน มีการดำเนินการอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรมและเกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามแผน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจองค์กรที่กำหนดไว้ สร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย บริษัทได้กำหนดนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้น มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อน กำกับดูแลงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมาย สำหรับรายละเอียดได้แสดงไว้ใน รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560 (Sustainability Development Report 2017 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับนี้